Tag Archive | สารต้านอนุมูลอิสระ

How To Entry Aging

หลายคนอาจจะเสียเงิยเสียทองไปกับการชะลอความแก่ การต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น  การรับประทานวิตามินต่างๆ การรับประทานคลอลาเจน หรือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารราคาแสนจะแพง แต่คุณทราบมั้ยละค่ะว่าผักผลไม้บ้านๆตามท้องตลาดก็มีส่ารต้านอนุมูลอิสระไม่แพ้กับของราคาแพงพวกนี้เลย อยากรู้กันแล้วใช่มั้ยล่ะคะว่ามีอะไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

1.  มะเขือเทศ or ซอสมะเขือเทศ

–  ในเมือเขือเทศหรือซอสมะเขือเทศเนี่ย จะมีสารชนิดนึงที่เรียกว่า “ไลโคพีน” ซึ่งเจ้าไลโคพีนนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคมะเร็งบางประเภท และโรคจอประสามตาเสื่อม อีกทั้งยังบำรุงผิวพรรณให้ขาวใสเปล่งปลั่ง เพราะ ในมะเขือเทศอุดมไปด้วยวิตามินที่ดีกับผิวพรรณเป็นอย่างมาก

2.  เนื้อปลา

–  เนื้อปลาเป็นสัตว์ที่มีไขมันต่ำมากๆ เมือเทียบกับเนื้อสัตว์ทั้งหมด และกระเพาะสามารถย่อยได้ง่ายด้วย ซึ่งจะช่วยให้กระเพาะไม่ทำงานหนัก ดูดซึ่มสารอาหารได้ดี ไม่อ้วนอีกต่างหาก

3.  ขมิ้น ขิง เครื่องเทศ

–  ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซม์เมอร์ อุดมไปด้วยสารที่มีส่วยช่วยในกำบำรุงผิวพรรณและสารต้านอนุมูลอิสระ บรรเทาอาการปวดท้องและท้องอืด บำรุงหัวใจและหลอดเลือด ช่วยทำความสะอาดกระเพาะและลำไส้อีกต่างหาก

4.  ผลไม้ตระกูเบอรรี่ต่างๆ

–  เช่นบูลเบอรี่ ราสเบอรี่ แบล็กเบอรรี่ สตอเบอรี่ เป็นต้น ในผลไม่ตระกูลเบอรี่นี้จะมี “วิตามินซี” และ “โฟเลต” สูง ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูคลอลาเจนให้กับผิว อีกทั้งยังมีสาร “แอนโธไซยานิน”  ช่วยในเรื่องความจำและการรับรู้ ช่วยบำรุงสายตาและการมองเห็น

5.  บล็อกโคลี่

–  บล็อกโคลี่อุดมไปด้วยสาร ” ซัลโฟราเฟน ” ซึ่งจะช่วยชำระล้างสารพิษในร่างกาย

6.  แอปเปิ้ล

–  ในแอปเปิ้ลมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องสมอง มีไฟเบอร์เยอะ เหมาะสำหรับสาวๆที่กำลังลดน้ำหนักเลยละค่ะ

7.  ผักใบเขียวต่าง

–  ตามที่เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในผักต่างๆนั้นจะอุดมไปด้วยวิตามิน และ สารที่จำเป็นต่อร่างกายนาๆชนิด ที่สำคัญคือช่วสยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

ประโยชน์ของทับทิม

  ทับทิมนอกจากจะเป็นผลไม่มงคลแล้วยังมีสรรพคุณทางยาที่ดีมากๆตัวนึงเลยทีเดียว คงเป็นที่ถูกอกถูกใจยกใหญ่ของผู้ที่ชื่นชอบทานทับทิมอยู่แล้วเลยทีเดียวคะ ส่วนใครที่ยังไม่เคยทานก็รองทานดูนะคะรสชาติอร่อยทีเดียว มีรสหวานๆ อมเปรียวหน่อยๆ

1. น้ำทับทิม   ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด สามารถลดการสะสมไขมันในผนังเส้นเลือด และผนังหัวใจ ป้องกันเส้นเลือดอุดตันและแข็งตัว อีกทั้งช่วยลดภาวะหัวใจขาดเลือดในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดอีกด้วย

2.  เปลือกทับทิม   ประกอบด้วยสารในกลุ่มแทนนิน ซึ่งมีสรรพคุณ แก้ โรคบิด แก้เรื่องตกขาวในผู้หญิง ช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดอาการอักเสบ ท้องเดิน  ฆ่าเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด  อีกทั้งยังสามารถต่อต้าน และยับยั้งมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้

3.  เปลือกที่หุ้มราก   ประกอบด้วยสารที่มีฤทธิ์ในการขับพยาธิตัวตืด และสามารถต้านเชื้อได้หลายชนิด เช่น เชื้อไทฟอยด์ เชื้อวัณโรค เชื้อราที่ผิวหนัง เป็นต้น

4.  ใบทับทิม  ช่วยแก้ท้องร่วง และ สมานแผล

5.  เนื้อทับทิม  เป็นยาระบายอ่อนๆ สำหรับผู้ที่ท้องผูก

8 วิธีอัพสวยของสาวๆทั่วโลก

วันนี้เรามารู้จักกับวิธีอัพสวยของสาวๆทั้วโลกกันว่าเค้ามี secretsเคล็ดลับอะไรกันบ้าง

1.  Chinese  – สาวจีนจะนิยม ชาขาว กันเป็นประจำ และเชื่อว่าชาขาวในฤดูใบไม้ผลิเป็นชาขาวที่ดีที่สุดและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะ จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง ป้องกันโรคหัวใจ โรคอ้วน และช่วยชะลอความแก่ ประโยชน์เยอะขนาดนี้ไม่ดื่มไม่ได้แล้ว
2.  Italian – ใครที่อยากมีริมฝีปากเซ็กซี่เหมือนสาวอิตาลี ต้องใช้น้ำมันโอลีฟแทนลิบบาล์ม และผสมน้ำมันโอลีฟกับน้ำตาลขัดผิวริมฝีปากให้เรียบเนียนไม่เป็นขุย ทีนี้เวลาจะทาลิปสีอะไรก็สวยเจิดทุกสีเลยค่า
3.  Indian – สำหรับเคล็ดลับผมสวยของชาวอินเดียจะใกล้เคียงกับบ้านเราคือ เค้าจะใช้น้ำมันมะพร้าวหมักผมโดยการที่น้ำน้ำมันมะพร้าวไปอุ่นก่อนแล้วนำมานวดศรีษะสัปดาห์ละครั้ง แต่ถ้าจะให้ดีให้ทั้งไวข้ามคืนเลยแล้วค่อยล้างออกเท่านี้ผมจะสวยสุขภาพดีอย่างเห็นได้ชัด
4.  Zimbabwe – เมื่อไหร่ที่รู้สึกไม่ค่อยมีชีวิตชีวาและต้องการกระตุ้นการทำงานของเมตาบอลิซึ่ม สาวๆซิมบับเวบอกว่า ให้ดื่มชาร้อนๆผสมน้ำมะนาวสักแก้ว ร่างกายจะรู้สึกกระปี้กระเปร่า กระฉับกระเฉงขึ้นมาเลย
5.  Brazilian – วิธีง่ายๆในการขจัดเซลล์ลูไลต์ต้นขาให้หมดไป สาวบราซิลบอกว่า ทุกครั้งวที่พวกเธออาบแดดริมชายหาดพวกเธอจะใช้ทรายขัดผิวบริเวณต้นขาไปด้วย โดยสาวๆบลาซิลคอนเฟิร์มเลยค่ะว่าได้ผลดีจริงๆ
6.  Japanese – สาวญี่ปุ่นได้รับคำชมว่าเป็นสาวที่มีผิวขาวเนียนใสสุขภาพดีที่สุดในโลก เคล็ดลับของพวกเธอคือ นำมันดอกคามิเลียที่มักจะผสมอยู่ในครีมอาบน้ำซึ่งจะช่วยชะลอความแก่ ลดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยให้ผิวสดชื่นเรียบเนียน หรือนำมาผสมในแชมพูเพื่อบำรุงผมให้เงางามไม่ชี้ฟู
7.  Spanish – สาวๆสเปนจะนิยมใช้มันฝรั่งหั่นเป็นแผ่นบางๆ นำไปแช่เย็น แล้วนำมาแปะใต้ตาประมาณ 10 นาที ซึ่งจะช่วยลดความหมองคล้ำ และอาการบวมได้ดีทีเดียวค่ะ
8. Australian – สาวๆชาวออสซี่เนี่ยส่วนมากจะมีปัญหาเรื่องรังแคบนหนังศรีษะโดยพวกเธอจะมีเคล็ดลับง่ายๆทีใช้ขจัดปัญหารังแคให้หมดไป คือ หยด Tea Tree Oil ลงไปในแชมพูที่ใช้ประมาณ 2-3 หยดเท่านั้นเอง ซึ่งผลที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจมากๆเลยทีเดียวค่ะ

ประโยชน์ของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ไม่ว่าจะเป็น สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ เป็นที่รู้จักกันดีในนาม ซุปเปอร์ฟรุตตัวแม่ เพราะนอกจากลักษณะผลที่มีความสวยงามน่ารับประทาน มีรสเปรี้ยวอมหวานสีสันสดใส แถมมีคุณค่า อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชลอความชรา สายตา และยังป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย มารู้สรรพคุณอันหลากหลายของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่กันค่ะ

บลูเบอร์รี่

บูลเบอร์รี่ เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ในเมืองหนาว ที่มีผิวสีน้ำเงินเข้ม ที่อุดมไปด้วยกากใยอาหารสูงโดยเฉพาะเพคติน ที่ทำหน้าที่ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูง ที่ช่วยต้านการทำลายเซลล์ของร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ บำรุงร่างกายและระบบประสาทและความจำ

ราสเบอร์รี่

ราสเบอร์รี่นั้นถือว่าเป็นสุดยอดผลไม้ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ต่างๆ จากแร่ธาตุและวิตามินนานับประการ อาทิ วิตามิน เอ และบี ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณทำให้ผิวพรรณสดใส โพแทสเซียม วิตามินเค และ ไบโอฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด สารสีแดงในราสเบอร์รี่มีคุณสมบัติช่วยในการหมุนเวียนโลหิต และ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถลดความเสี่ยงการเป็นโรโรคมะเร็งบางชนิด และ อัลไซเมอร์หรือ ความจำเสื่อมได้อีกด้วย

แบล็คเบอร์รี่

แบล็คเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีรูปร่างแปลกตา แต่ว่าประโยชน์ของแบล็คเบอร์รี่มีมากมายที่เราไม่รู้ นั่นก็คือ แบล็คเบอร์รี่สดเป็นแหล่งที่มีกรดฟีโนลิก วิตามินซี และโฟเลตสูงสุด ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจนได้ ทำให้ผิวหนังเราไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร แบล็คเบอร์รี่มีสารเคมีชนิดหนึ่งเรียกว่า “ซาลิไซเลต” ที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็งลำไส้ และโรคหัวใจ

สตรอเบอร์รี่

สตรอเบอร์รี่ถือเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูง รวมไปถึงวิตามินเอ ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียม สำหรับวิตามินซีและวิตามินเอนั้นเป็นสารสำคัญที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงสายตา สตรอเบอร์รี่จึงเป็นผลไม้ที่มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าผล ไม้อื่นๆ อย่างส้ม องุ่นแดง กีวี กล้วยหอม และมะเขือเทศนอกจากนั้นก็ยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง ส่งเสริมการทำงานของสมอง ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย โรคหลอดเลือดอุดตัน และโรคภูมิแพ้ เป็นต้น และผลสตรอเบอร์รี่ยังอุดมด้วยไฟเบอร์เพคติน ซึ่งสามารถช่วยลดปริมาณคลอเลสเตอรอลได้ระดับหนึ่ง อีกทั้งวิตามินซีและธาตุเหล็กในสตรอเบอร์รี่ก็ยังมีประโยชน์ต่อระบบเลือดและ หัวใจ ช่วยลดความดันโลหิตได้ด้วย

รู้สรรพคุณของผลไม้ที่มากด้วยคุณประโยชน์ของทั้งแอปเปิ้ลและเหล่าเบอร์รี่กันไปแล้วคุณสาวๆก็ อย่าลืมลองมองหาผลไม้ซุปเปอร์ฟรุ๊ตทั้งสองมาเต็มพลังความสดชื่น สดใสให้ตัวเองนะคะ หรือถ้าไม่มีเวลา หรือ ไม่สะดวกลองมองหาผลิตภัณฑ์อื่นๆตามท้องตลาดมากมายที่มีคุณประโยชน์มาทดแทนนะคะ อาทิ น้ำผลไม้ หรือจะเป็นไอศกรีมรสผลไม้ปราศจากไขมัน นอกจากอร่อยสดชื่นมีประโยชน์แถมคงรสชาติของผลไม้สดๆให้คุณสาวๆได้ลิ้มลองความอร่อยได้อีกด้วย คราวนี้ก็เป็นหน้าที่ของคุณสาวๆกันแล้วหล่ะว่า พร้อมที่จะสวยหุ่นดี หรือคงความเป็นสาวให้อมตะไปตลอดกาลแล้วหรือยัง มีประโยชน์มากมายขนาดนี้ สาวๆทั้งหลายคงพร้อมมาเป็นสาวกแอปเปิ้ล และเบอร์รี่ กันแล้วสินะคะ…

สารต่อต้านอนุมูลอิสระ

สารต่อต้านอนุมูลอิสระ

สารต่อต้านอนุมูลอิสระ คือ โมเลกุลของสารที่มีความสามารถในการป้องกันหรือยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของโมโลกุลในสารอื่นๆ ซึ่งปฏิกิริยาดังกล่าวนั้น อาจก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระ (free radical) ซึ่งสารเหล่านี้เป็นผลร้ายต่อร่างกายอย่างมาก นั้นคือสารอนุมูลอิสระจะรวมตัวกันแบบลูกโซ่และเข้าทำลายเซลล์ส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ดังนั้น ถึงแม้ว่าในปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของสารแต่ละชนิดจะมีความสำคัญ หากแต่ก็อาจเกิดโทษต่อร่างกายเช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้วเราควรรักษาสมดุลของสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และ เห็นความสำคัญของมันอย่างมากเพื่อให้เซลล์ส่วนต่างๆ ของร่างกายยังคงอยู่หรือไม่เกิดความเสียหายมากเกินไป

นอกจากนี้สารต่อต้านอนุมูลอิสระในปัจจุบันนั้นมีความสำคัญถึงขั้นที่มีการนำออกมาจำหน่าย หรือ ใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดต่างๆ หลากหลายชนิดด้วยความหวังหรือเป้าหมายที่จะรักษาโรค อาทิเช่น โรคมะเร็ง, โรคหลอดเหลือหัวใจ เป็นต้น แต่ในภายหลังก็มีการศึกษาในระดับคลินิคพบว่า สารดังกล่าวไม่ได้เป็ผลแต่อย่างใดหากได้รับในปริมาณที่มากจนเกินไปอีกด้วย