Archive | มกราคม 2012

L-Glutathione 500 mg

L-Glutathione 500 mg เป็น กลูต้าไธโอน ประเภทเม็ดแบบ 500 มิลลิกรัม ผลิตภัณฑ์แบบเม็ดนี้ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้ขายเนื่องจากการทาน กลูต้าไธโอน ในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้ แต่ประโยชน์ของมัน หากได้รับการรับประทานอยากถูกวิธี  ก็จะช่วยให้ผิวดูขาวใสสม่ำเสมอขึ้น ช่วยในการเติมเต็มคอลาเจนให้แก่ผิว ลดการเกิดเม็ดสีจากกระบวนการของเมลานิน โดยทั่วไปมีจำหน่ายตามท้องตลาด สามารถหาซื้อได้ง่าย ดังนั้นในการเลือกซื้อผลิตภัฑ์ชนิด L-Glutathione 500 mg หรือ กลูต้าไธโอน 500 มิลลิกรัม จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากหากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้รับมาตรฐาน อย. ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างมากแก่ร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการวิงเวียนศรีษะ, อาการคลื่นไส้อาเจียร

ทั้งนี้การมีผิวสุขภาพดี ที่ดีที่สุดก็ควรจะออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อย่างเหมาะสม จึงจะปลอดภัยที่สุด และ ประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

 

Facial Conturing and Firming Cream

Facial Conturing and Firming Cream

เฟเชี่ยลคอนเชอริ่ง และ เฟิร์มครีม คือ ครีมหน้าเรียว ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดในปัจจุบัน  มีส่วนช่วยในเรื่องของการยกกระชับผิวหน้า ให้ หน้าเรียว สวยอย่างเป็นธรรมชาติ ทุกมุมมองโดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรม

โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้น จะช่วยลดความหย่อนคล้อย บนใบหน้าให้กลับมาดูเต็งตึง ลดการตีงเครียดของผิว ด้วยสารบางชนิดจากธรรมชาติที่ได้รับการสังเคราะห์มาเพื่อกระตุ้นการนำไขมันบริเวณส่วนเกินมาช่วยในการทำให้ หน้าเรียว

Facial Conturing and Firming Cream ยังช่วยในการเติมเต็มร่องริ้วรอยลึกให้ดูตื้นขึ้น ทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์กว่าวัย ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน ใสอีกด้วย นอกจากนี้ด้วยส่วนประกอบที่สำคัญหลายชนิดจากธรรมชาติ จึงทำให้ ครีมหน้าเรียว เป็นที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้รักความสวย ความงาม เนื่องจากการใช้ ครีม มีข้อดีคือ ไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อไปผ่าตัดศัลยกรรม หากเพียงแต่ใช้ครีมเป็นประจำวันละ 1-2 ครั้ง ในช่วงเช้าหรือก่อนนอน อย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ ครีมหน้าเรียว ก็จะช่วยให้คุณดูดีได้มากยิ่งขึ้นแล้ว

ทั้งนี้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทครีม หรือ อาหารเสริม ก็ควรเลือกใช้ที่มี อย. จาก สำนักกรรมการอาหารและยา รับรอง เพื่อความปลอดภัยในสุขภาพที่ดีของคุณเองอีกด้วย

วิธีการปกป้องผิวเสียจากรังสี UV

ปกป้องผิวเสียจากรังสี UV

หลายคนคงทราบกันดีว่าอากาศในบ้านเมืองเราในช่วงเดือน เมษา-พฤษภา นั้นจะร้อนเป็นพิเศษ ซึ่งในหลายคนโดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงก็จะสรรหา ครีมกันแดด ครีมหน้าขาว หลากหลายยี่ห้อมาบำรุง ผิวขาว ของตนเองให้เหมือนเดิมสม่ำเสมอ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำทำความรู้จักเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ป้องกันรังสียูวีจากแดดกัน

โดยในขั้นแรก ให้เลือกดูค่า PA+  ข้างกล่องซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกว่าสามารถป้องกันรังสี UVA ได้มากน้อยเพียงได้ หากมี + 1 ตัวก็สามารถป้องกันได้ 2 เท่า , ++ จะสามารถป้องกันได้ 4 เท่า หรือ PA+++ ก็จะสามารถป้องกันได้ถึง 8 เท่า ตามลำดับเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังควรเลือกดูค่าของ SPF อีกด้วย นั้นคือ SPF โดยมากที่พบกันก็จะมีตั้งแต่ SPF10, SPF15, SPF30 ซึ่งค่าดังกล่าวคือตัวบ่งบอกระยะเวลาในการป้องกันรังสียูวีจากแดด โดยการนำเลขดังกล่าวมา * ด้วย 30 ก็จะได้ออกมาเป็นระยะเวลาที่ผลิตภัณฑ์นั้นจะช่วยปกป้องได้ ซึ่งค่า SPF จะสามารถป้องป้องรังสี UV ประเภท UVB ได้

เพียงเท่านี้ก็จะสามารถช่วยปกป้องผิวของคุณไม่ให้เสียจากรังสียูวีจากแดดได้ในระดับหนึ่งแล้ว

8 เทคนิคมีหน้าขาวใส

8 เทคนิคมีหน้าขาวใส

เชื่อว่าหลายคนก็คงสรรหาทั้ง ครีมหน้าขาว , เทคนิคการบำรุงผิวหน้าให้ดูขาวใสอยู่ตลอดเวลา ทั้งเพิ่มเติม เสริมแต่ง เพื่อให้ตนเองดูดี และ อ่อนกว่าวัยกันอย่างมากมาย วันนี้ผู้เขียนจึงขอแนะนำเทคนิคเพียง 8 ขั้นตอนในการดูแลผิวให้ขาวใสกัน ดังต่อไปนี้เลย

1. หากผู้อ่านเป็นผู้ที่ชื่นชอบการแต่งหน้าเป็นชีวิตจิตใจ ก็ควรทำความสะอาดหน้าเป็นพิเศษเพื่อขจัดสิ่งเหล่านั้นให้หมดไป หรือ หากท่านไม่ได้เป็นผู้ที่ชื่นชอบในการแต่งหน้าเท่าไหร่นักก็เพียงล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ทุกครั้งหลังออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ภายนอกบ้าน หรือ ก่อนนอน

2. เลือกสรรโฟมล้างหน้าหรือสบู่สำหรับล้างหน้าโดยเฉพาะ ที่เหมาะสมกับผิวหน้าของเราเอง ด้วยน้ำเย็น หากแต่ไม่ควรล้างบ่อยจนเกินไปเพราะอาจทำให้หน้าขาดความชุ่มชื่นได้

3. ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น วิธีนี้เป็นเพียงการเปิดรูขุ่มขนให้กว้างขึ้น เมื่อล้างสิ่งสกปรกเรียบร้อยแล้วควรใช้น้ำเย็นล้างออกตาม

4. หลังจากการล้างหน้าทุกครั้ง ควรใช้ ครีมหน้าขาว หรือ โลชั่น เพื่อบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา

5. หมั่นหาเวลาว่างให้ความสำคัญกับการขัดผิวหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

6. รับประทานอาหารให้ครบตามหลัก 5 หมู่ และ ดื่มน้ำสะอาด

7. ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน หรือ วันละ 15 นาที เพื่อให้ ผิวขาว ดูสดใสอยู่ตลอดเวลา

8.ไม่ควรเครียดมากเกินไป ควรให้อารมณ์ของคุณอยู่ในอารมณ์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะจากการสำรวจจะพบว่าผู้ที่มีอารมณ์ดีมักเป็นผู้ที่มีหน้าตาแจ่มใส และ สดใสกว่า

นอกจากนี้ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และ งดการดื่มหรือรับประทานอาหารที่มีแอลกอฮอล์จำนวนมาก เพราะหากพักผ่อนไม่เพียงพออาจทำให้เราดูหมองคล้ำ ได้นะ

ยาแก้อาการ “ลมพิษ”

ยาแก้อาการลมพิษ

หลายคนคงเคยได้ยินอาการของโรคที่เรียกว่า ลมพิษ ซึ่งจะมีอาการเป็นลักษณะเหมือนถูกยุงกัด เป็นผื่นแดงที่ผิวหนังขนาดใหญ่กว่าปกติ ซึ่งโดยมากจะมีอาการไม่เกิน 24 ชั่วโมง  โดยจากประสบการณ์ตรงของผมเองก็เคยเป็น ลมพิษ เช่นกันครับ ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าทั้งคัน ทั้งรำคาญ

วันนี้จึงขอมาเล่าประสบการณ์ ให้ผู้อ่านได้ฟังกันและยาที่ผมใช้รักษาครับ  โดยเล่าย้อนไปครั้งตอนเด็กที่เคยเป็น ลมพิษ นะครับก็จะใช้แป้ง หรือ คาราไมด์ ทาบริเวณที่คัน เพื่อระงับอาการคัน ซึ่งหลายครั้งก็ได้ผลครับ บรรเทาอาการได้เยอะเลย แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเวลาก็ผ่านไปเป็นสิบปีแล้วครับ ผมเองก็ได้เกิดอาการดังกล่าวที่เรียกว่า ลมพิษนั้นหล่ะครับ แต่ในครั้งนี้ มันรุนแรงกว่าทุกครั้งครับ ผื่นขึ้นเยอะมาก ทาคาราไมด์ก็ไม่สามารถหายขาดได้ ซ้ำร้ายวันที่สอง ก็ยังคงเป็นอยู่

จึงได้ตัดสินใจหาข้อมูลทาง google เกี่ยวกับอาการดังกล่าว และได้ไปพบเว็บๆ หนึ่งซึ่งผมเองก็จำไม่ได้ เค้าแนะนำให้กินยาที่ชื่อว่า ยาประดงพระสังข์ทรงช้างโอ้ววว ครั้งแรกที่ได้อ่าน บอกได้คำเดียวครับ ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เห็นความเห็นจากผู้ใช้หลายคนก็เห็นว่ายานี้จากผู้ใช้คนอื่นก็คาดว่าน่าจะเวิร์คละ มีขายตามร้านเภสัชด้วย(ซึ่งเป็นยาแผนโบราณ ครับ)

ภาพที่ 1.1 ยาประดงพระสังข์ทรงช้าง

โดยกล่องยาก็เป็นดังภาพที่ 1.1 นี้ละครับ ซึ่งหลายคนที่ทานไปก็บอกกันว่า เมื่อทานไปครั้งแรก ผื่นจะขึ้นเยอะมาก (เหมือนมันขับพิษออกครับ)  ซึ่งข้างกล่องก็ระบุแจ้งบอกเช่นนั้นเช่นกันครับ

เมื่อผมทราบดังนั้นแล้วจึงไม่กลัวเท่าไหรนักและตัดสินใจซื้อจากร้านขายยในราคา 25 บาท ซึ่งเป็นเม็ดครับ ทานค่อนข้างง่าย ในคืนแรกที่ทานไป รู้สึกได้เลยครับ ว่าเริ่มมีผื่นออกมาจริง แต่ในเคสของผมไม่เยอะมากนะครับ  และ  วันต่อๆ มาก็ดีขึ้นและไม่พบอีกเลยครับ

ทั้งนี้ผมไม่ได้ต้องการจะโฆษณาตัวยานะครับ เพียงแค่ใช้แล้วรู้สึกว่ายาแผนโบราณของไทยเนี่ย ดีจริง ราคาก็ไม่แพงอีกด้วยครับ ผลข้างเคียงที่อันตรายก็แทบไม่มีหรืออาจน้อยมากเลยครับ เพราะส่วนประกอบมีแต่สมุนไพร  หากใครเกิดอาการลมพิษขึ้นมาลองหาซื้อยาดังกล่าวกันได้นะครับ 😉

บำรุงผิวด้วย “ว่านหางจระเข้”

บำรุงผิวด้วย “ว่านหางจระเข้”

หลายคนคงเคยได้ยินคุณสมบัติของ ว่านหางจระเข้ มาพอสมควรแล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่าความจริงแล้วเจ้า ว่านหางจระเข้ ยังสามารถช่วยบำรุงเส้นผมได้อีกด้วย หากสังเกตุกันดีๆ ก็จะเห็นกันได้ว่า ผลิตภัณฑ์ บำรุงเส้นผมหลายยี่้อ มักมี ว่านหางจรเข้ เป็นส่วนประกอบ

นอกจากนี้ว่านหางจระเข้ยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นอีกคือ เปรียบเสมือน ครีมบำรุงผิว อย่างนึง เนื่องจาก ว่านหางจระเข้ สามารถช่วยให้กระบวนการเมตะบอริซึม สามารถทำงานได้เป็นปกติ กระตุ้นการเกิดเซลล์เนื้อเยื้อใหม่ หรือ ซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด จากประสบการณ์ของผู้ที่ใช้จะพบว่า ผิวพรรณดูผุดผ่อง สดใสมากยิ่งขึ้น รักษาความชุ่มชื้นของผิว และ ยังขจัดสิวและลดริ้วรอยด่างดำได้อีกด้วย

สำหรับวิธีการใช้ว่านหางจระเข้รักษาผิวเบื้องต้น คือ เลือกใบที่มีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป ใบที่โต และ มีน้ำวุ้นมาก นำมาแช่น้ำเพื่อล้างยางออกก่อน จากนั้นทำการปอกเปลือกออก จากั้นนำวุ้นที่ได้ไปปั่นละเอียด ก็จะได้เหมือนเจลละเอียด นำส่วนที่ได้มาผสมกับน้ำมันมะกอกหรือไข่แดง พอกที่หน้า หรือ ผิวทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้ว ล้างออกให้สะอาด โดยในวิธีนี้ไม่ควรใช้กับบริเวณที่เป็นสิวหัวหนอง เพราะอาจทำให้แผลหายช้ากว่าเดิม

เพียงเท่านี้ก็สามารถบำรุงผิวด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติกันได้แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องซื้อผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม หรือ ครีมหน้าขาว กันอีกด้วย

ทั้งนี้ควรทานอาหารครบ 5 หมู่อย่างถูกวิธี และ ออกกำลังกายอย่าพอเพียง จึงจะทำให้ผิวแลดูสุขภาพที่ดีกว่านะ

สัญญาณอาการของโรคมะเร็ง

สัญญาณอาการของ “โรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง เป็นโรคที่ปัจจุบันเรียกได้ว่าร้ายแรง และ ยังไม่พบยาที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ในหลายคนมักไม่ทราบว่าตัวเองมีเชื้อหรือมีอาการบ่งบอกว่าเป็นโรคมะเร็ง ทำให้ไม่สามารถที่จะเข้ารับการรักษาตั้งแต่ต้น ดังนั้นจึงทำให้หลายคนกว่าจะรู้ตัวก็แทบสายไป

เพราะฉะนั้นแล้ว เรามาสังเกตุตัวเองกันดีกว่าว่ามีอาการดังต่อไปนี้ ที่ส่อแวว ว่าคุณอาจกำลังเป็นมะเร็งได้

– อุจาระไม่ปกติมีสีดำ หรือ ในบางรายอาจปัสาวะเป็นเลือด
– รู้สึกมีอาการเสียดท้องหรือแน่นท้อง
– เสียงแหบ มีอาการเจ็บคอ หรือ มีอาการไอเรื้อรัง
– มีหูด หรือ ไฝที่เปลี่ยนแปลงไปตามร่างกาย
– รู้สึกหูอื้อ หรือ ในบางครั้งอาจมีเลือดกำดาวไหล
– รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้อบริเวณเต้านมหรืออาจมีในส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ซึ่งหากพบอาการดังกล่าวข้างต้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ๆ เนิ่นเพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี ซึ่งอาจทำให้หายขาดได้ ในบางราย

Botox คืออะไร ?

Botox คืออะไร ?

โบท็อกซ์ เป็นชื่อที่เรียกกันทางการค้า มาจากสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Botulinum Toxic A (Botox) ซึ่งเป็นโปรตีนอย่างหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นจาก แบคทีเรีย ที่มีชื่อว่าครอสทริเดียว โบทูลินั่ม โดยสารชนิดนี้มีผลเป็นพิษพบโดยมากในอาหารเป็นพิษของมนุษย์ ซึ่ง โบท็อกซ์ หรือ โบทูลินั่ม ท็อกซิค เอ นี้ หากร่างกายได้รับเข้าไปในปริมาณที่มากจนเกินไปแล้วนั้น อาจก่อให้เกิดการเสียชีวิตได้เลยทีเดียว

คลินิคเสริมความงาม หรือ แพทย์ ใช้สารพิษนี้กับร่างกายทำไม ?

หลายท่านอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วอาจมึนงง สงสัยได้ว่า หาก botox(โบท็อกซ์) มีพิษขนาดนี้ต่อร่างกายแล้วนั้น ทำไมแพทย์หรือคลินิคเสริมความงามหลายแห่งยังคงนำมาใช้กัน คำตอบคือ การฉีด โบท็อกซ์ ในปริมาณที่น้อยนั้น มีส่วนช่วยให้กล้ามเนื้อในจุดนั้นคลายตัว ซึ่งจากการค้นคว้าและค้นพบ จึงเกิดการเรียนรู้พัฒนาและศึกษาเพิ่มเติมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ ทำให้ปัจจุบันร้านคลินิคเสริมความงามจึงนิยมใช้โดยเทคนิคที่ต่างกันออกไป เพื่อให้หน้าเรียวลง (ซึ่งแตกต่างจาก ครีมหน้าเรียว) กระชับผิวหนัง หรือ ใช้ในบางจุดที่มีเหงื่อมากให้ลดน้อยลง รวมถึงลดอาการปวดศรีษะ การเกร็งต้นคอ เป็นต้น อีกด้วย

โดยในการฉีด โบท็อกซ์ นี้ไม่ใช่การรักษาแบบถาวรหากแต่จะอยู่ได้ประมาณ 4-7 เดือน ขึ้นอยู่กับอาการและวิธีการรักษาของแพทย์ จึงกลับมาฉีดซ้ำใหม่ โดยถือเป็นข้อดีของหนึ่งของการฉีดแบบ โบท็อกซ์ ก็ได้ เนื่องจากหากเป็นการศัลยกรรม มันจะอยู่กับเราแบบถาวรซึ่งการแก้ไขอะไรจะทำได้ยากมาก แต่การฉีดแบบ โบท็อกซ์ นี้ ไม่ถาวร และ จะกลับคืนสู่สภาพในช่วงเวลาหนึ่งเหมือนเดิม

การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี

การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี

มีในหลายคนที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับการออกกำลังกายว่าควรทำอย่างสม่ำเสมอ ทุกวัน ซึ่งในบางรายที่มีการออกกำลังกายประเภทที่ใช้กำลังเยอะ และ เป็นเวลานาน นั้นๆ ยิ่งเป็นผลเสียอย่างมาก เพราะการออกกำลังกายประเภทที่ใช้แรงมากทุกวัน อาจส่งผลต่อระบบกล้ามเนื้อทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นสึกหรอ ได้ เนื่องจากไม่มีการพักผ่อนเพื่อคลายกล้ามเนื้อ

ดังนั้นแล้วสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายประเภทที่ต้องออกแรงเยอะควรให้มีการพักอย่างน้อยสัปดาห์ 2-3 ครั้ง  หรือ  วันเว้นวัน และ สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกาย ก็ควรจะออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 15-30 นาที เพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยให้ป้องกันโรคภัยได้หลายอย่าง อาทิ โรคหัวใจ โรคไข้หวัด ฯลฯ อีกด้วย

นอกจากการออกกำลังกายแล้วนั้น ยังควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือ บางท่านอาจรับประทาน อาหารเสริม ได้อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร และ วิตามิน ที่ครบถ้วนอีกด้วย

เคล็ดลับหน้าใส ด้วย “แอปเปิ้ล”

เคล็ดลับหน้าใส ด้วย “แอปเปิ้ล

วันนี้เรามีบทความดีๆ สำหรับผู้ที่รักสุขภาพความงาม และ ใส่ใจในผิวหน้า ต้องการมี หน้าใส ไร้สิวด้วยวิธีการด้วยการใช้ผลไม้ที่หาได้อย่างง่ายดายตามท้องตลาด ที่สำคัญมีราคาไม่แพงนั้นคือ แอปเปิ้ล นั้นเอง

โดยวิธีการคือ ขั้นแรกให้นำแอปเปิ้ล ประมาณ 1-2 ผล มาปอกเปลือกออก จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทั้งหมด แล้ว นำไปใส่ในเครื่องปั่นผลไม้ ทำการปั่นให้ละเอียด หลังจากนั้นนำแอปเปิ้ลที่ได้มาทำการนวดบนใบหน้า หรือ บริเวณลำคอไปมา ประมาณ 13-18 นาที ทำเช่นนี้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือ จนกว่าจะรู้สึกได้ว่าผิวหน้าของตนเองแลดูขาวใสขึ้นมา

ซึ่งในเคล็ดลับหน้าใสด้วยแอปเปิ้ลนี้ยังสามารถใช้เทคนิคนี้ในการลดแผลอันเกิดจากรอยสิว ได้ หากแต่ผู้ใช้ควรเลือกแอปเปิ้ลประเภทที่มีสีเขียวสด มาบดตามวิธีการข้างต้น หากแต่เพียงผสมน้ำผึ้งลงไปด้วยประมาณ หนึ่งหรือครึ่งช้อนโต๊ะ มาทาหรือนวดบริเวณใบหน้า  หรือเน้นเฉพาะจุดที่เป็นแผล ประมาณ 12-16 นาที แล้วล้างออก ทำเป็นประจำจนกว่าจะรู้สึกว่าผิวหน้าสดชื่นขึ้น

เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถมี หน้าใส ไร้สิว ได้แล้ว โดยไม่ต้องศัลยกรรมหรือรับประทาน อาหารเสริม หากแต่บางท่านที่ต้องการรับประทานอาหารเสริม หรือ มีโลชั่น / ครีมหน้าขาว ที่ไว้ทาเป็นประจำอยู่แล้วก็ควรทาในปริมาณที่เหมาะสม และ ควรเลือก ครีมหน้าขาว ที่มีการรับรองจาก อย. เพื่อสุขภาพผิวที่ดีของคุณ อีกด้วย